South Shore Holdings Ltd. หรือที่รู้จักกันในนามของ SSH ผู้พัฒนาธุรกิจคาสิโน 13 แห่งในมาเก๊า ได้ออกมาประกาศว่าทางบริษัทสามารถจ่ายเงินกู้ที่มีมูลค่าราว 387.4 ล้านดอลลาร์ “ได้ตามกำหนด”

โดยสัญญาเงินกู้ดังกล่าวนี้ได้เกิดขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคมปี 2017 ซึ่งทางบริษัทกู้มาใช้ขยายกิจการโรงแรม อย่างไรก็ตาม SSH นั้นเคยเซ็นต์สัญญากู้เงินกับผู้ให้กู้เจ้านี้หลายครั้งแล้ว SSH ประกาศตัวว่าจะเปิดให้บริการธุรกิจโรงแรมที่เพิ่งขยายตัวไปนั้นในวันที่ 31 กรกฎาคมที่จะมาถึงนี้ นอกจากนี้ยังได้มีการติดต่อผู้ให้กู้เจ้าดังกล่าวสำหรับการทำโปรเจ็คขยายต่อไปอีก ซึ่งทางผู้ให้กู้นั้นไม่ประสงค์จะออกนามและก็ยังไม่ได้มีแถลงการณ์ว่าจะอนุมัติให้กู้โปรเจ็คขยายล่าสุดหรือไม่

ถึงแม้ว่าทางผู้ให้กู้จะยังไม่ได้ออกมาประกาศอะไร แต่ทาง SSH ก็ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่า “นับตั้งแต่วันที่ประกาศนี้ออกไป ทาง SSH ได้จ่ายเงินกู้ครบแล้วตามกำหนด” นอกจากนี้ยังเชื่อว่าสาเหตุที่สัญญากู้รอบถัดไปยังไม่ได้รับการอนุมัตินั้นเป็นเพราะ “ใบอนุญาตให้บริการทางด้านธุรกิจโรงแรมของ SSH กำลังจะหมดลงในช่วงเดือนกรกฎาคมปี 2018 นี้”

ในช่วงปี 2017 ประมาณเดือนกรกฎาคม นั้นเป็นที่ฮือฮามากสำหรับข่าวของ SSH เครือธุรกิจที่บริหารงานคาสิโนชื่อดัง 13 แห่งในมาเก๊า ต้องกู้ยืมเงินเป็นจำนวน 387.4 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมีการทำธุรกรรมกันผ่าน China-base bank ตามที่ Bloomberg ออกมาประกาศว่าถ้าหาก SSH ไม่จ่ายเงินกู้คืนตามสัญญานั้นอาจจะต้องถูกปรับสูงถึง 382 ล้านดอลลาร์ นับเป็นข่าวที่ฮือฮามากในหมู่นักธุรกิจและเซียนพนันทั้งหลายในมาเก๊า

ในวันที่ 31 มีนาคม 2018 SSH ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการว่า “สถานการณ์ล่าสุดของบริษัทเรานั้นยังคงดำเนินการขยายกิจการต่อไป ถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้แหล่งเงินทุนสำหรับโปรเจ็คใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกมากมาย” นอกจากนี้ยังเสริมอีกว่า ทางบริษัทได้มีการพูดคุยหารือกับทางธนาคารอยู่หลายครั้งเกี่ยวกับกระบวนการที่จะขยายกิจการโรงแรมในครั้งนี้

จริง ๆ แล้วโปรเจ็คนี้ล่าช้าไปแล้วกว่า 2 ปี เนื่องจากมีความละเอียดอ่อนในการก่อสร้างเป็นอย่างมาก รวมไปถึงการประเมินงบประมาณที่จะต้องใช้ในการก่อสร้าง โดยการขยายธุรกิจโรงแรมครั้งล่าสุดนั้นวางแผนว่าจะเปิดตัวในช่วงวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมาแต่ก็ล่าช้าจนต้องตั้งเป้าหมายใหม่เป็นวันที่ 31 กรกฎาคม โดยทาง SSH คาดหวังว่าจะได้รับการต่อใบอนุญาตให้บริการกับทางมาเก๊าต่อไป