วันนี้ Happyluke จะพาทุกคนมาฟังคำสัมภาษณ์จากเซียนพนันที่หลังรักรูเล็ดถึงเหตุผลว่าทำไมเขาถึงมาความชื่นชอบในการพนันสิ่งนี้มาก

พนันได้เลยว่าคุณต้องไม่เชื่อผมแน่ ๆ ถ้าผมจะพูดว่าผมรักอเมริกันรูเล็ต เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมได้มีโอกาสจัดทริปไปคาสิโน ผมมักจะตรงดิ่งไปหาเกมส์รูเล็ตแบบอเมริกัน ถึงแม้ว่าผมปกป้องการเล่นรูเล็ตแบบคลาสสิคมานาน และผมเองก็เป็นคนอเมริกัน แล้วอะไรที่ทำให้ผมตื่นเต้นกับการเล่นรูเล็ตแบบอเมริกันมากกว่าล่ะ ? เรามาดูกันว่าการเล่นรูเล็ตแบบยุโรปกับอเมริกันแตกต่างกันยังไง

การเล่นรูเล็ตแบบอเมริกันต่างจากยุโรปยังไง ?

ข้อแตกต่างที่สำคัญที่สุดระหว่างการเล่นรูเล็ตแบบอเมริกันกับยุโรปนั้นก็คือจำนวนช่องว่างระหว่างตัวเลขในวงล้อที่ลูกเหล็กจะลงไปตก แบบอเมริกันนั้นมี 38 ช่อง (1-36 รวมเลข 0 สีเขียว กับ 00 สีเขียว) ส่วนแบบยุโรปมี 37 ตัวเลข (1-36 รวมเลข 0 สีเขียว)

ช่องที่ถูกเพิ่มขึ้นมานี้นับเป็นการสร้างความได้เปรียบในการเล่นรูเล็ตอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งการเล่นรูเล็ตแบบอเมริกันนั้นผู้เล่นได้เปรียบเจ้ามืออยู่ที่ 5.26% ส่วนการเล่นแบบยุโรปนั้นผู้เล่นได้เปรียบเพียงแค่ 2.7% เท่านั้น ถือว่าการเล่นแบบอเมริกันนั้นได้เปรียบการเล่นยุโรปเกือบ 2 เท่าตัวเลยทีเดียว

มันเข้าถึงได้ง่าย

ที่ ลาส เวกัส มีคาสิโนที่มีเกมส์รูเล็ตแบบยุโรป (0 เดียว) อยู่เพียง 7 แห่ง มีเพียง The Palazzo และ Venetian เท่านั้นที่เป็นรูเล็ตแบบอเมริกัน ส่วนอีก 5 แห่งที่เหลือเป็นแบบยุโรป แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะหารูเล็ตแบบอเมริกันเล่นไม่ได้ การเล่นแบบนี้ยังสามารถพบได้ทั่วไป

มันคล้ายกัน

เพราะว่าผมใช้ชีวิตมาตลอดทั้งชีวิตในสหรัฐอเมริกา มันทำให้ผมรู้จักการเล่นรูเล็ตแบบยุโรปหรือว่า 0 เดียว มาโดยตลอด ผมจำได้ว่าเมื่อครั้งที่ได้ลองเล่นตอนเป็นเด็กมันก็เป็นมาแบบนี้ แต่ด้วยความคล้ายกันนั้นทำให้ผมสามารถเริ่มเล่นแบบอเมริกันได้โดยง่าย

มันใช้ทุนน้อย

ถ้าหากว่าการเล่นแบบยุโรปมันชนะได้ง่าย ทำไมผมถึงยังไม่นั่งอยู่ในคาสิโน 7 แห่งนั้นแล้วเล่นพนันรูเล็ตไปเรื่อย ๆ ล่ะ ? ก็เพราะว่าการเล่นแบบยุโรปส่วนใหญ่นั้นจะถูกจัดขึ้นในห้องระดับวีไอพีที่มีอัตราพนันต่ำสุดอยู่ที่ 100 ดอลลาร์ ในขณะที่การเล่นแบบอเมริกันนั้นเริ่มต้นที่ 5 หรือ 10 ต่อการหมุนหนึ่งครั้ง แน่นอนว่าแบบยุโรปนั้นผมไม่สามารถจ่ายได้