ทางสำนักกฎหมายของรัฐบาลญี่ปุ่นได้ออกมานำเสนอเกี่ยวกับการร่างกฎหมายจำกัดให้ประชาชนสามารถเข้าคาสิโนได้เพียงเดือนละ 10 ครั้งเท่านั้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

จุดประสงค์ของร่างกฎหมายนี้ก็คือเพื่อป้องกันการเสพติดการพนันของคนในประเทศ ถึงแม้ว่ามันจะสวนทางกับสิ่งที่รัฐบาลต้องการก็คือการสร้างรายได้ให้กับประเทศมากขึ้น และหลายคนก็เริ่มกล่าวว่าประเทศนั้นมีความเข้มงวดเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งประธานพรรคการเมืองนึงในประเทศญี่ปุ่นอย่าง Shinzo Abe

จากการที่รัฐบาลญี่ปุ่นอนุมัติให้มีการสร้างคาสิโนขึ้นได้ในช่วงที่ผ่านมานั้น ทำให้เกิดการโต้แย้งกันเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามประเด็นคาสิโนในประเทศญี่ปุ่นนั้นก็ยังคงต้องพูดคุยหารือกันต่อไป

การเปลี่ยนแปลงกฎหมายในช่วงปีที่ผ่านมานั้นถือเป็นจุดจบของคาสิโนที่ถูกแบนมาตลอดประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศโดยมีโมเดลหลักคือ “รีสอร์ทแบบครบวงจร” ซึ่งเป็นการรวมเอาระหว่างธุรกิจการโรงแรม ธุรกิจคาสิโน และศูนย์รวมความบันเทิงอื่น ๆ ซึ่งผู้ใช้บริการสามารถพบทั้งหมดนี้ได้ด้วยการไปที่เดียว

แต่อย่างไรก็ตาม รัฐบาลก็พยายามปิดกั้นข้อเสียที่จะเกิดขึ้นจากการทำโครงการนี้ด้วยการจำกัดการเข้าของคนในประเทศให้อยู่ที่ 10 ครั้ง ภายใน 28 วัน และสามารถเข้าติดต่อกันได้เพียง 7 วันเท่านั้น ซึ่งกฎหมายนี้จะบังคับใช้กับคนญี่ปุ่นและคนที่อาศัยอยู่ญี่ปุ่นเท่านั้น ส่วนนักท่องเที่ยวนั้นสามารถเข้าใช้งานได้ตามปกติ

ทางรัฐบาลหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคาสิโนนั้นจะดึงดูดชาวต่างชาติเข้ามาที่ประเทศญี่ปุ่นมากขึ้น โดยนักท่องเที่ยวนั้นจะไม่ถูกจำกัดอะไรทั้งสิ้น

แผนการรที่จะใช้มาจำกัดการเข้าใช้ของผู้เล่นในตอนนี้ก็คือบัตรประจำตัวประชาชนหรือเลขประจำตัวประชาชนซึ่งในนั้นมีชิพฝังอยู่และฐานข้อมูลก็ถูกเก็บไว้โดยรัฐบาล

นอกจากนี้รัฐบาลยังจำกัดพื้นที่ของคาสิโนแต่ละแห่งเอาไว้ที่ 15,000 ตารางเมตร หรือต้องไม่เกิน 3 เปอร์เซ็นของสิ่งก่อสร้างนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นศูนย์รวมความบันเทิงหรือว่ารีสอร์ท

อย่างไรก็ตามการร่างกฎหมายนี้ยังสร้างความประหลาดใจให้กับทีมงานอีกหลายคน หลังจากที่ลองนำตัวเลข 10 ครั้งต่อเดือนมาคำนวณก็พบว่าการจำกัดแบบนี้ทำให้ธุรกิจคาสิโนทำกำไรได้ยากมากยิ่งขึ้นซึ่งอาจจะต้องนำหัวข้อนี้ไปหารือกันอีกครั้งเพื่อให้ได้ข้อสรุป